เทคนิคเลือก Gaming Mouse

เมาส์จัดเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างมากต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ยิ่งถ้าเป็นการเล่นเกมด้วยแล้วเรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับนักเล่นเกมส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกซื้อเมา28ส์ที่เรียกกันว่า Gaming Mouse ที่เอาไว้สำหรับเล่นเกมโดยตรงเพื่อคุณภาพที่ดีกว่าและช่วยให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตามการเลือก Gaming Mouse ให้เหมาะสมกับตนเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยเพราะหากเลือก Gaming Mouse ก็อาจทำให้ไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างที่ควรจะเป็น นั่นทำให้ต้องมีเทคนิคในการเลือก Gaming Mouse เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของผู้เล่นมากที่สุด

เทคนิคในการเลือก Gaming Mouse เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้งาน

  1. งบประมาณที่ตนเองมี – สิ่งที่สำคัญที่สุดในการซื้อของไม่ว่าประเภทใดก็ตามนั่นคือเงินในกระเป๋าของตนเอง แต่ละคนก็จะมีงบประมาณสำหรับการซื้อ Gaming Mouse แตกต่างกันออกไป พื้นฐานก็มีตั้งแต่ 1,000 – 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแต่ละระดับราคาก็จะมีคุณภาพแตกต่างกันอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารุ่นที่แพงกว่าคือรุ่นที่ดีกว่าเสมอไป ซึ่งหากเทียบตามช่วงราคาสามารถแบ่งได้ดังนี้
  • ต่ำกว่า 1,000 บาท ลองใช้ของ Redragon M601 ราคาราว 700 บาท
  • 1,000 – 3,000 บาท ลองใช้ของ Zowie EC-A ที่ส่วนใหญ่นักกีฬา E-Sport นิยมใช้กันอย่างมาก
  • 3,000 บาท ขึ้นไป ลองใช้ของ Logitech ราคาราว 5,000 บาท
  1. เลือกซื้อตามแนวเกมที่เล่นอยู่บ่อยๆ – Gaming Mouse แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีความสามารถแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย แนวเกม MOBA กับ FPS โดย Gaming Mouse ทั้งสองแบบนี้จะแยกจากกันอย่างชัดเจน
  2. ขนาดของมือ – Gaming Mouse แต่ละรุ่นก็จะมีขนาดต่างกันออกไป ส่วนใหญ่แล้วเมาส์ที่ออกวางจำหน่ายจะถูกออกแบบมาประมาณ 2 ขนาด ประกอบไปด้วย ขนาดกลาง สำหรับคนตัวเล็กสไตล์คนเอเชียเหมือนบ้านเรา กับ ขนาดใหญ่ สำหรับคนทางยุโรป อเมริกา สาเหตุที่ทำขนาดเมาส์ออกมาเป็น 2 แบบ ก็เพราะหากเราเลือกใช้งานเมาส์ไม่ตรงขนาดกับมือจะก่อให้เกิดอาการล้าเร็วขึ้น บางคนก็มีอาการปวดข้อมือ
  3. ความสวยงามต่อการใช้งาน – จริงๆ สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นความสำคัญที่ต้องใส่ใจในการเลือก Gaming Mouse ไม่น้อย เนื่องจากว่าการออกแบบหากดูโอเวอร์หรือเยอะเกินไปจะส่งผลต่อความถนัดในการเล่นเกมค่อนข้างมาก ปกติแล้วคนทั่วไปจะชอบเมาส์ที่มีไฟ RGB ซึ่งเป็นการออกแบบที่ดูทันสมัยตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้งาน นอกจากนี้การมีลวดลายสวยงามก็ยังเป็นสิ่งดึงดูดใจที่ทำให้เราต้องการซื้อแล้วครอบครองไว้เป็นเจ้าของเหมือนกัน แต่ก็อย่าลืมดูเรื่องคุณภาพเป็นสำคัญด้วย

สาเหตุที่ นักกีฬา E-Sport ใช้ Gaming gear

ปัจจุบันนี้การเล่นเกมไม่ใช่แค่เรื่องของการเล่นเพื่อความเพลิดเพลินอีกต่อไป แต่การเล่นเกมถือว่าเป็นการเล่นกีฬาประเภทหนึ่งที่เราเรียกกันว่า E-Sport ซึ่งปกติแล้วการเล่นกีฬาแนวนี้ทั่วไปสิ่งที่หลายคนมักมีข้อสงสัยก็คือทำให้นักกีฬา E-Sport ถึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกกันว่า Gaming gear ทั้งๆ ที่จริงแล้วใช้เมาส์ธรรมดาก็น่าจะได้เหมือนกัน รวมไปถึง Gaming gear ประเภทอื่นๆ เพราะฉะนั้นลองมาหาคำตอบกันดีกว่าว่าสาเหตุที่แท้จริงในการใช้งาน Gaming gear ของนักกีฬา E-Sport คืออะไรบ้าง

สาเหตุหลักในการใช้ Gaming gear ของนักกีฬา E-Sport

  1. มีความทนทานและผลิตจากวัสดุมีคุณภาพ – ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่นักกีฬา E-Sport ตัดสินใจเลือกใช้งาน Gaming gear เนื่องจากว่าพวกเขาจะค่อนข้างใช้งานบ่อยและใช้งานหนักกว่าคนที่ใช้งานปกติอย่างเราๆ เมื่อเป็นเช่นนี้อุปกรณ์ที่ใช้งานจึงต้องมีความทนทานมากกว่าปกติ เวลาที่นักกีฬาใช้งานจริงจะมีการลงน้ำหนักเยอะ มีการเคลื่อนที่รวดเร็วหากวัสดุที่ทำไม่มีคุณภาพก็ทำให้เสียง่าย
  2. ดีไซน์ที่น่าสนใจ – สำหรับการดีไซน์ให้มีความสวยงามก็เป็นสิ่งสำคัญแต่สำหรับนักกีฬา E-Sport ส่วนมากจะไม่ค่อยเน้น Gaming gear ที่มีดีไซน์หวือหวามากนัก จะเน้นไปที่ใช้งานอันไหนแล้วเข้ามือมากที่สุด ยิ่งการออกแบบให้ได้กับสรีระของมือตนเองจะยิ่งช่วยทำให้นักกีฬาเหล่านี้มีความสามารถในการเล่นเพิ่มขึ้นด้วย
  3. Macro – บางคนที่ไม่ใช่นักกีฬา E-Sport อาจมองว่าปุ่ม Macro ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก แต่การเล่นเกมในบางเกม Macro คือสิ่งสำคัญที่ทำให้การเล่นเกมง่ายมากขึ้น เช่น PointBlank, Dota2 เกมพวกนี้ปุ่ม Macro จัดว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะจะช่วยให้การเล่นเกมง่ายขึ้น
  4. สัมผัสของตัวสวิตช์ – การสัมผัสจัดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเล่นเกมไม่น้อย บางคนชอบปุ่มนิ่มๆ มือ บางคนชอบปุ่มแข็งๆ หน่อย การจับสัมผัสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกีฬา E-Sport จำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญ Gaming gear ส่วนมากก็มักจะใช้สวิตช์ของ Omron ถือว่าเป็นสวิตช์ที่ได้รบความนิยมสูงมากเพราะมีความคงทน สามารถตอบสนองต่อการเล่นได้เป็นอย่างดี
  5. Polling Rate – เป็นอัตราการอัพเดทข้อมูลผ่าน USB ต่อวินาที ส่งผลต่อค่าความหน่วงเวลาหรือดีเลย์ สำหรับการตอบสนองของเมาส์โดยตรง เมาส์ธรรมดาค่าเรตจะอยู่ประมาณ 125 hz อาจต้องใช้เวลาการส่งข้อมูลประมาณ 8ms แต่ถ้าเป็นเมาส์ของ Gaming gear จะมีค่าตัวนี้ประมาณ 1000 hz อัตราการตอบสนอง 1ms หรือ 1 ใน 1000 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากของนักกีฬาทุกคนและถ้าหากลองเปรียบเทียบเอาไว้เพื่อเล่นเกมจริงๆ จะรู้ว่าความต่างเหล่านี้ส่งผลได้อย่างชัดเจนมาก