แนะนำโปรแกรม PhotoScape

ทุกวันนี้มีโปรแกรมแต่งรูปสำหรับการใช้ประโยชน์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมายอยู่ที่ว่าผู้ใช้งานนั้นจะเลือกใช้งานโปรแกรมประเภทไหนหรือถนัดการใช้งานโปรแกรมตัวไหนมากที่สุด ซึ่งความยากง่ายรวมถึงความสวยงามของรูปที่แต่งออกมาก็จะมีความแตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากว่าใครไม่ได้มีพรสวรรค์ทางด้านของการใช้งานโปรแกรมแต่งรูปมากนัก การเลือกใช้งานโปรแกรมง่ายๆ ก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การแต่งรูปของคุณเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นกว่าเดิม และหนึ่งในโปรแกรมแต่งรูปที่แนะนำสำหรับทุกคนก็คือ PhotoScape โปรแกรมแต่งรูปที่สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่มีอะไรยุ่งยากจนเกินไป

รู้จักกับโปรแกรม PhotoScape โปรแกรมแต่งรูปที่ทุกคนสามารถทำได้

PhotoScape เป็นโปรแกรมแต่งรูปแบบฟรีแวร์ที่ต้องบอกว่ามีเครื่องมือสำหรับการแต่งรูปในสไตล์ต่างๆ อย่างครบถ้วน ถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีความน่าสนใจต่อการใช้งานอีกโปรแกรมหนึ่ง ทุกคนสามารถใช้งานโปรแกรม PhotoScape สำหรับการตกแต่งแก้ไขรูปภาพได้อย่างง่ายๆ มีฟีเจอร์ที่มีความสามารถพร้อมเอฟเฟคลูกเล่นต่างๆ ให้ได้ใช้งานกันอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น การปรับสีภาพ, การปรับโหมดภาพ, การปรับแสง, การใส่กรอบรูป, การเรียงรูปภาพ, การแก้ไขรูปภาพ, การเพิ่มตัวการ์ตูน, การเพิ่มข้อความ, ปรับแก้ไขอาการตาแดง, การทำสไลด์โชว์รูป และยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ให้ได้เล่นกันอีกเพียบ ถ้าหากว่าใครได้มีโอกาสลองใช้งานโปรแกรม PhotoScape รับรองได้เลยว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนด้วยความสามารถของตัวโปรแกรมที่สามารถตกแต่งรูปภาพได้อย่างมากมายด้วยฟีเจอร์และฟังก์ชั่นดีๆ เยอะแยะทำให้โปรแกรม PhotoScape จัดเป็นโปรแกรมแต่งภาพที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักแต่งภาพมืออาชีพและนักแต่งภาพมือใหม่จำนวนมาก หากมีการจำแนกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจของโปรแกรม PhotoScape ออกมาแล้วจะสามารถจำแนกออกมาได้หลักๆ ดังนี้

  • ทำการจัดการรูปภาพ แสดงภาพ ดูรูปตามโฟลเดอร์ต่างๆ และการสร้างสไลด์
  • ปรับแก้ไขรูปภาพต่างๆ ได้ตามต้องการ อาทิ ปรับสี ปรับแสง ปรับขนาด เพิ่มข้อความ เพิ่มกรอบรูป เพิ่มภาพการ์ตูน ลบอาการตาแดง และอื่นๆ
  • วาดรูป รีทัชแก้ไขหรือตกแต่งภาพได้ตามต้องการ ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า paint brush, clone stamp, effect brush
  • รวมรูปภาพหลายรูปให้มาอยู่ในรูปเดียวกันได้
  • จัดรูปภาพ หมุนภาพ ตามแนวตั้งหรือนอนให้เป็นไปตามต้องการ
  • ทำแอนิเมชัน ภาพเคลื่อนไหว ได้ด้วยการรวมภาพ
  • สั่งพิมพ์ภาพให้ออกจากเครื่องปริ้นเตอร์ได้
  • เซฟภาพบันทึกหน้าจอได้ ซูม ปรับขนาด ค้นหาและเลือกสีได้ตามต้องการ
  • แปลงไฟล์ภาพ เปลี่ยนชื่อไฟล์ เปลี่ยนสกุลไฟล์ได้
  • ทำภาพเรียง กราฟ ปฏิทินได้
  • ค้นหาใบหน้าคล้ายกันได้ แถมรองรับการใช้งานภาษาไทยที่สำคัญดาวน์โหลดได้ฟรีด้วย

แนะนำโปรแกรม Gimp

โปรแกรมตกแต่งภาพในปัจจุบันถือว่ามีอยู่หลากหลายโปรแกรมมากๆ ให้ผู้ใช้งานได้ทำการเลือกใช้อย่างเต็มที่ ด้วยความที่โปรแกรมเหล่านี้มักสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจได้มากมาย ทำให้การใช้งานเองก็จะขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้งานแต่ละคนว่าต้องการเลือกใช้งานโปรแกรมตัวไหน และหากว่าใครที่กำลังมองหาโปรแกรมแต่งภาพใหม่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้งานโปรแกรมไหนดี โปรแกรม Gimp จัดเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่มีความน่าสนใจไม่น้อย รับรองว่าหากได้ลองใช้งานจะให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ใช้ Adobe Photoshop เลย

โปรแกรม Gimp โปรแกรมแต่งภาพที่ให้อารมณ์เหมือนกำลังใช้งาน Photoshop

Gimp ถือเป็นโปรแกรมตกแต่งภาพที่มีลักษณะเดียวกับ Photoshop ซึ่งคำว่า Gimp นั้นเป็นตัวย่อที่มาจากคำว่า GNU Image Manipulation Program มีความหมายว่าโปรแกรมตกแต่งของโครงการ GNU ซึ่งโปรแกรม Gimp ที่ว่านี้สามารถทำงานได้หลากหลายแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นวินโดว์ แม็คโอเอส หรือบนลินุกซ์ นั่นหมายความว่าถ้าหากใครก็ตามที่เลือกใช้งานวินโดว์แต่ไม่อยากเสียเงินในการซื้อ Adobe Photoshop เพื่อมาใช้งานก็สามารถเลือกเอา Gimp รุนที่ใช้งานกับระบบปฏิบัติการวินโดว์มาใช้แทนก็ได้เช่นเดียวกัน หากจะว่ากันถึงความสามารถของ Gimp ก็ต้องบอกเลยว่าเทียบเท่ากับ Photoshop แทบทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟิลเตอร์และปลั๊กอินสำหรับการทำเอฟเฟคประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การไล่เงา, การทำตัวนูนให้กับภาพ, การสนับสนุนเลเยอร์และแชนแนล, การทำ Alpha Channel หรือตัวคุณสมบัติโปร่งแสงของไฟล์ PNG, ช่วยในการเก็บสกรีนช็อตได้, อ่านไฟล์ได้หลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น JPEG, GIF, PNG, TIFF หรือแม้แต่ไฟล์บางเวอร์ชันของ Photoshop ที่มีสกุลเป็น .PSD ก็ได้ รวมถึง Paint Shop Pro ที่มีสกุลเป็น .PSP ซึ่งจากผู้ที่เคยทดลองใช้งาน Gimp ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับการใช้งาน Photoshop เลยแม้แต่น้อย มีบางส่วนที่เหมือนกันมาก เช่น เลเยอร์และแชนแนลจะถูกแยกออกเป็นอีกหน้าต่างมีการบอกว่าเวลานี้เราเปิดเลเยอร์ตัวไหนบ้าง เครื่องมืออื่นๆ ก็มีให้อย่างครบครัน อาทิ เครื่องมือตัดภาพ, แต่งภาพ, ปากกาสำหรับเขียนพาธ, การใส่สีแบบไล่ระดับ และอื่นๆ

ตัวเมนูของ Gimp จะถูกซ่อนอยู่หากต้องการเรียกออกมาต้องทำการคลิกขวาที่ตัวรูปภาพเมนูที่ว่าจึงปรากฏขึ้น มีอีกอย่างที่ต่างกับการใช้งาน Photoshop ก็คือปุ่มลัดบนแป้นคีย์บอร์ดจะต่างกันบางอย่างซึ่งอาจส่งผลให้คนที่ทำ Photoshop จนคุ้นเคยไม่ค่อยอยากใช้งานเท่าไหร่ เพราะพอทำแล้วมันไม่เป็นไปตามธรรมชาติที่ตนเองเคยทำแต่โดยรวมๆ ต้องบอกเลยว่าเป็นโปรแกรมที่น่าใช้อีกโปรแกรมเลยทีเดียว

[Review] notebook Predator Helios 300

สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊คคุณภาพดีๆ สักเครื่อง ก็คงจะค้นหาข้อมูลกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว แต่ถ้าหากมีสเปคอยู่ในใจแล้วต้องการหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว เชื่อเลยว่าชื่อของ Predator Helios 300 ต้องกลายเป็นอีกตัวเลือกที่อยู่ในลิสต์การจะซื้ออย่างแน่นอน นี่คือโน้ตบุ๊คที่เกิดมาเพื่อเอาไว้เล่นเกมโดยเฉพาะ มีสเปคกระแทกใจเหล่าบรรดานักเล่นเกมอย่างรุนแรงจากการเลือกชิปประมลผลรุ่นล่าสุดอย่าง Intel Core i7-7700HQ พร้อมการ์ดจอสุดแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB) ต้องบอกเลยว่า Predator Helios 300 เป็นโน้ตบุ๊คที่มีสเปคคุ้มค่ากับราคาสุด

รีวิว Predator Helios 300

Predator Helios 300 ทั้ง 4 รุ่นมีการประกัน 3 ปี แบบ On-Site Service บริการซ่อมฟรีถึงบ้าน ถือว่าเป็นสิ่งที่ทาง Acer จัดให้เพื่อลูกค้าที่น่ารักทุกคนจริงๆ เพราะฉะนั้นจะขอรีวิวตัว Predator Helios 300 รุ่นกลางที่ใช้ Intel Core i7-7700HQ ที่จากราคาเมื่อเทียบกับสเปคเรียกว่าเหล่าบรรดาเกมเมอร์ตาลุกวาวกันหลายคน โย Predator Helios 300 จะมีออกวางจำหน่ายโดยการแบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย โดยรุ่นกลางที่นำมารีวิวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวที่มีระบบการทำงานน่าสนใจไม่น้อย ใช้ชิปประมวลผลของ Intel Core i7-7700HQ (2.80 3.80 Ghz) ทำงานตามระบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ถือว่าประสิทธิภาพมีความน่าไว้วางใจพร้อมด้วยกราฟิกการ์ดสุดแรงในระดับของ Destop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDRS) สามารถเก็บข้อมูลได้สูงถึง 1TB 5400 รอบ ติดตั้ง SSD แบบ M.2 ความจุ 128 GB .ให้ด้วย ส่วนแรมมีให้ 8GB แบบ DDR4 มีการอัพเดทใหม่สูงสุด 32GB ขนาดหน้าจอการแสดงผล 15.6 นิ้ว เป็นภาพระดับ Full HD พาเนล IPS สีสันสวยสะดุดตา ระบบเสียงเป็นลำโพงสเตอริโอ มีซอฟต์แวร์จัดการเสียงอย่าง DOLBY AUDIO หน้าจอมีกล้องเว็บแคม แบบ HD ไมค์ดิจิตอล 2 ตัว ระบบการเชื่อมต่อช่องเสียบต่างๆ ครบครัน มาพร้อมกับ Windows 10 Home แบบแท้ในทุกรุ่น ดีไซน์จะคล้ายๆ กับดีไซน์ของ Acer Aspire VX5 เน้นภายนอกดูทันสมัยเหมือนยานอวกาศ วัสดุหลักทั้งหมดของตัวเครื่องใช้โลหะ ดูเนียนตามาก สีสันของ Predator Helios 300 จะเป็นโทนสีดำตัดแดงให้มองภาพเป็นนักเล่นเกมที่มีความดุดัน ฝาด้านบนจะมีการทำลายคล้ายโลโก้ Predator พร้อมขีดแดงสองเส้น

Predator Helios 300 มาพร้อมกับฝาหลังที่แกะจากด้านล่างของตัวเครื่องได้ ทำให้แกะออกมาได้สะดวกจะอัพเกรด RAM หรือ HDD ก็ไม่ใช่เรื่องยากแค่ทำการไขน็อตออกตัวเดียวก็อัพเกรดได้อย่างง่ายๆ แล้ว แต่ถ้าตองการอัพเกรด SSD ก็อาจยากสักหน่อยเพราะว่ามันอยู่ลึกที่สุดจำเป็นต้องแกะฝาหลังเครื่องออกทั้งหมด ตรงนี้จริงๆ ให้ร้านทำให้ก็ได้ ถือเป็นโน้ตบุ๊คที่โดดเด่นและน่าใช้งานเป็นอย่างมาก

เทคนิคเลือก Gaming Mouse

เมาส์จัดเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างมากต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ ยิ่งถ้าเป็นการเล่นเกมด้วยแล้วเรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้กันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับนักเล่นเกมส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกซื้อเมา28ส์ที่เรียกกันว่า Gaming Mouse ที่เอาไว้สำหรับเล่นเกมโดยตรงเพื่อคุณภาพที่ดีกว่าและช่วยให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพมากกว่า อย่างไรก็ตามการเลือก Gaming Mouse ให้เหมาะสมกับตนเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยเพราะหากเลือก Gaming Mouse ก็อาจทำให้ไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างที่ควรจะเป็น นั่นทำให้ต้องมีเทคนิคในการเลือก Gaming Mouse เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของผู้เล่นมากที่สุด

เทคนิคในการเลือก Gaming Mouse เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของผู้ใช้งาน

  1. งบประมาณที่ตนเองมี – สิ่งที่สำคัญที่สุดในการซื้อของไม่ว่าประเภทใดก็ตามนั่นคือเงินในกระเป๋าของตนเอง แต่ละคนก็จะมีงบประมาณสำหรับการซื้อ Gaming Mouse แตกต่างกันออกไป พื้นฐานก็มีตั้งแต่ 1,000 – 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแต่ละระดับราคาก็จะมีคุณภาพแตกต่างกันอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารุ่นที่แพงกว่าคือรุ่นที่ดีกว่าเสมอไป ซึ่งหากเทียบตามช่วงราคาสามารถแบ่งได้ดังนี้
  • ต่ำกว่า 1,000 บาท ลองใช้ของ Redragon M601 ราคาราว 700 บาท
  • 1,000 – 3,000 บาท ลองใช้ของ Zowie EC-A ที่ส่วนใหญ่นักกีฬา E-Sport นิยมใช้กันอย่างมาก
  • 3,000 บาท ขึ้นไป ลองใช้ของ Logitech ราคาราว 5,000 บาท
  1. เลือกซื้อตามแนวเกมที่เล่นอยู่บ่อยๆ – Gaming Mouse แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีความสามารถแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย แนวเกม MOBA กับ FPS โดย Gaming Mouse ทั้งสองแบบนี้จะแยกจากกันอย่างชัดเจน
  2. ขนาดของมือ – Gaming Mouse แต่ละรุ่นก็จะมีขนาดต่างกันออกไป ส่วนใหญ่แล้วเมาส์ที่ออกวางจำหน่ายจะถูกออกแบบมาประมาณ 2 ขนาด ประกอบไปด้วย ขนาดกลาง สำหรับคนตัวเล็กสไตล์คนเอเชียเหมือนบ้านเรา กับ ขนาดใหญ่ สำหรับคนทางยุโรป อเมริกา สาเหตุที่ทำขนาดเมาส์ออกมาเป็น 2 แบบ ก็เพราะหากเราเลือกใช้งานเมาส์ไม่ตรงขนาดกับมือจะก่อให้เกิดอาการล้าเร็วขึ้น บางคนก็มีอาการปวดข้อมือ
  3. ความสวยงามต่อการใช้งาน – จริงๆ สิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นความสำคัญที่ต้องใส่ใจในการเลือก Gaming Mouse ไม่น้อย เนื่องจากว่าการออกแบบหากดูโอเวอร์หรือเยอะเกินไปจะส่งผลต่อความถนัดในการเล่นเกมค่อนข้างมาก ปกติแล้วคนทั่วไปจะชอบเมาส์ที่มีไฟ RGB ซึ่งเป็นการออกแบบที่ดูทันสมัยตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้งาน นอกจากนี้การมีลวดลายสวยงามก็ยังเป็นสิ่งดึงดูดใจที่ทำให้เราต้องการซื้อแล้วครอบครองไว้เป็นเจ้าของเหมือนกัน แต่ก็อย่าลืมดูเรื่องคุณภาพเป็นสำคัญด้วย

[Mobile-Tips] มัลแวร์อันตรายต่างๆ บนระบบ Android

มัลแวร์จัดเป็นสิ่งอันตรายที่ไม่มีใครอยากให้เข้ามาอยู่ในมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ของตัวเองอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการใช้งานมือถือในระบบแอนดรอยด์สิ่งที่มักจะทำให้มัลแวร์ต่างๆ เหล่านี้หลุดเข้ามาแล้วจัดการขโมยข้อมูลของเราไปก็สืบเนื่องมาจากว่าบ่อยครั้งที่ชอบเข้าไปดาวน์โหลดแอพฯ หรือโปรแกรมต่างๆ โดยไมได้สนใจว่ามีมัลแวร์เหล่านี้แอบแฝงมาหรือไม่ ซึ่งหากลองมาไล่เรียงกันดูก็ลองมาทำความรู้จัก กับมัลแวร์อันตรายต่างๆ ในระบบแอนดรอยด์ว่ามีตัวไหนและชื่ออะไรกันบ้าง

มัลแวร์อันตรายในระบบแอนดรอยด์

  1. ExpensiveWall – เป็นมัลแวร์ที่จะแฝงตัวเข้ามากับเหล่าบรรดาวอลล์เปเปอร์ทั้งหลายที่ถูกบีบอัดอยู่ในแอพฯ มัลแวร์ตัวนี้จึงสามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากระบบความปลอดภัยของ Google Play ไปได้ เมื่อมันเข้ามายังระบบก็จะขออนุญาตเข้าถึงตามปกติจากนั้นมันจะเริ่มส่ง SMS แบบเสียเงินเข้ามาในเครื่องและทำการสมัครบริการแบบเสียเงินต่างๆ โดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้เรื่องเลย
  2. BlueBorne – เป็นมัลแวร์อีกตัวที่ทางแฮกเกอร์สามารถส่งให้เข้ามาติดตั้งยังเครื่องของเราได้ผ่านระบบ Bluetooth เพื่อเข้ามาติดตั้งในเครื่องแบบเงียบๆ นอกจากนี้ยังสามารถกระจายไปยังเครื่องอื่นๆ ได้อีกด้วย เมื่อตัวมัลแวร์ดังกล่าวเข้ามายังเครื่องแฮกเกอร์ก็จะทำการล็อคเครื่อง เข้ารหัสไฟล์เพื่อทำการเรียกค่าไถ่ในการปลดล็อคเหมือนกับมัลแวร์อื่นๆ ที่ทำในลักษณะเหมือนกัน
  3. Godless – มัลแวร์สายโหดที่จัดว่ารุนแรงติดอันดับใช่เล่นเหมือนกัน เป็นมัลแวร์ที่สามารถติดตั้งแอพฯ ได้เองโดยที่ไม่จำเป็นต้องต่อกับคอมพิวเตอร์ พวกมันจะทำการ root เครื่องของเราแบบเงียบๆ หรือถ้ารุนแรงก็คือสามารถแอบส่องข้อมูลต่างๆ ในเครื่องได้เลย
  4. Gooligan – เป็นมัลแวร์อันตรายอีกตัวที่จะแอบแฝงเข้ามาทำการ root เครื่องพร้อมทั้งขโมยบัญชี Google และมีการดาวน์โหลดมัลแวร์ตัวต่างๆ เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งแฮกเกอร์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในบัญชี Google ของเราได้ และถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากหากพวกแฮกเกอร์นำเอาข้อมูลที่สำคัญบางอย่างไปใช้ในทางที่ไม่ดีซึ่งจะส่งผลกับคนๆ นั้นโดยตรง
  5. Xavier – มัลแวร์ตัวนี้เมื่อทำการติดตั้งในมือถือเรียบร้อยจะทำการดาวน์โหลดโค้ดอันตรายจากเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์จากนั้นก็ส่งข้อมูลกลับไปยังคนสร้างโดยข้อมูลที่ถูกขโมยไปจะเป็นข้อมูลทั่วไปของมือถือเครื่องนั้นๆ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ผู้ผลิต ภาษา เวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการ ข้อมูลซิม รายชื่อแอพฯ อีเมล์

มัลแวร์เหล่านี้ถือเป็นตัวอันตรายต่อการใช้งานมือถือระบบแอนดรอยด์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีมัลแวร์อื่นๆ อีกมากมายที่สร้างปัญหาในทำนองเดียวกันทางที่ดีก็คืออย่าดาวน์โหลดอะไรมั่วๆ หากไม่มั่นใจก็ไม่ทำดีกว่า

สาเหตุที่ นักกีฬา E-Sport ใช้ Gaming gear

ปัจจุบันนี้การเล่นเกมไม่ใช่แค่เรื่องของการเล่นเพื่อความเพลิดเพลินอีกต่อไป แต่การเล่นเกมถือว่าเป็นการเล่นกีฬาประเภทหนึ่งที่เราเรียกกันว่า E-Sport ซึ่งปกติแล้วการเล่นกีฬาแนวนี้ทั่วไปสิ่งที่หลายคนมักมีข้อสงสัยก็คือทำให้นักกีฬา E-Sport ถึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกกันว่า Gaming gear ทั้งๆ ที่จริงแล้วใช้เมาส์ธรรมดาก็น่าจะได้เหมือนกัน รวมไปถึง Gaming gear ประเภทอื่นๆ เพราะฉะนั้นลองมาหาคำตอบกันดีกว่าว่าสาเหตุที่แท้จริงในการใช้งาน Gaming gear ของนักกีฬา E-Sport คืออะไรบ้าง

สาเหตุหลักในการใช้ Gaming gear ของนักกีฬา E-Sport

  1. มีความทนทานและผลิตจากวัสดุมีคุณภาพ – ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่นักกีฬา E-Sport ตัดสินใจเลือกใช้งาน Gaming gear เนื่องจากว่าพวกเขาจะค่อนข้างใช้งานบ่อยและใช้งานหนักกว่าคนที่ใช้งานปกติอย่างเราๆ เมื่อเป็นเช่นนี้อุปกรณ์ที่ใช้งานจึงต้องมีความทนทานมากกว่าปกติ เวลาที่นักกีฬาใช้งานจริงจะมีการลงน้ำหนักเยอะ มีการเคลื่อนที่รวดเร็วหากวัสดุที่ทำไม่มีคุณภาพก็ทำให้เสียง่าย
  2. ดีไซน์ที่น่าสนใจ – สำหรับการดีไซน์ให้มีความสวยงามก็เป็นสิ่งสำคัญแต่สำหรับนักกีฬา E-Sport ส่วนมากจะไม่ค่อยเน้น Gaming gear ที่มีดีไซน์หวือหวามากนัก จะเน้นไปที่ใช้งานอันไหนแล้วเข้ามือมากที่สุด ยิ่งการออกแบบให้ได้กับสรีระของมือตนเองจะยิ่งช่วยทำให้นักกีฬาเหล่านี้มีความสามารถในการเล่นเพิ่มขึ้นด้วย
  3. Macro – บางคนที่ไม่ใช่นักกีฬา E-Sport อาจมองว่าปุ่ม Macro ก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก แต่การเล่นเกมในบางเกม Macro คือสิ่งสำคัญที่ทำให้การเล่นเกมง่ายมากขึ้น เช่น PointBlank, Dota2 เกมพวกนี้ปุ่ม Macro จัดว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพราะจะช่วยให้การเล่นเกมง่ายขึ้น
  4. สัมผัสของตัวสวิตช์ – การสัมผัสจัดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเล่นเกมไม่น้อย บางคนชอบปุ่มนิ่มๆ มือ บางคนชอบปุ่มแข็งๆ หน่อย การจับสัมผัสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกีฬา E-Sport จำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญ Gaming gear ส่วนมากก็มักจะใช้สวิตช์ของ Omron ถือว่าเป็นสวิตช์ที่ได้รบความนิยมสูงมากเพราะมีความคงทน สามารถตอบสนองต่อการเล่นได้เป็นอย่างดี
  5. Polling Rate – เป็นอัตราการอัพเดทข้อมูลผ่าน USB ต่อวินาที ส่งผลต่อค่าความหน่วงเวลาหรือดีเลย์ สำหรับการตอบสนองของเมาส์โดยตรง เมาส์ธรรมดาค่าเรตจะอยู่ประมาณ 125 hz อาจต้องใช้เวลาการส่งข้อมูลประมาณ 8ms แต่ถ้าเป็นเมาส์ของ Gaming gear จะมีค่าตัวนี้ประมาณ 1000 hz อัตราการตอบสนอง 1ms หรือ 1 ใน 1000 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากของนักกีฬาทุกคนและถ้าหากลองเปรียบเทียบเอาไว้เพื่อเล่นเกมจริงๆ จะรู้ว่าความต่างเหล่านี้ส่งผลได้อย่างชัดเจนมาก

 

Flash BIOS คืออะไร ?

บางครั้งคำศัพท์ที่พบเจอในระบบคอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้และต้องการคลายข้อสงสัยว่าจริงๆ แล้วคำศัพท์เหล่านี้คืออะไรแล้วมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่ สำหรับคนที่ให้ความสนใจในเรื่องต่างๆ เหล่านี้เองเวลาเจอสิ่งแปลกใหม่ก็มักจะรู้สึกว่าอยากเรียนรู้ เหมือนกับคำว่า Flash BIOS ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยพอได้ยินกันมาบ้างไม่มากก็น้อยแต่ก็อาจยังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ เพราะฉะนั้นลองมาทำความเข้าใจกันดูว่าคืออะไรกันแน่

ทำความรู้จักกับ Flash BIOS

ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า BIOS เสียก่อน โดยคำๆ นี้ย่อมาจาก Basic Input-Output System ของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมที่ถูกฝังเอาไว้ในเมนบอร์ดเป็นโปรแกรมแรกที่คอมพิวเตอร์จะทำการโหลดขึ้นมาให้สามารถใช้งานอุปกรณ์อื่นๆ ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดเครื่อง แล้วหากใครที่กำลังสงสัยว่าเมื่อซื้อโน้ตบุ๊คมาใหม่แล้วจำเป็นต้องทำการ Flash BIOS หรือไม่ จริงๆ แล้วมันก็มีทั้งความจำเป็นและไม่จำเป็น จริงๆ แล้วการ Flash BIOS ในแต่ละครั้งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เครื่องเสีย เปิดไม่ได้ หรืออาจต้องลงวินโดว์ใหม่ บางครั้งก็หาไดร์ฟเวอร์ไม่เจอ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการที่สมาร์ทโนทำการอัพเดทเฟิร์มแวร์อะไรทำนองนั้น หากว่าเรากำลังทำการ Flash BIOS อยู่แล้วบังเอิญฟ้าผ่า ไฟดับ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถดำเนินการจนสำเร็จได้สิ่งเดียวที่จะทำได้คือการส่งศูนย์ให้แก้ไขให้เท่านั้น สำหรับใครก็ตามที่ซื้อโน้ตบุ๊คมาใหม่ล็อตแรกส่วนใหญ่แล้ว BIOS ที่ได้มาจะเป็นเวอร์ชั่นเก่าไม่มีการอัพเดท ถ้าหากต้องการอัพเดทก็เข้าไปที่หน้าโหลดไดร์ฟเวอร์จากเว็บของยี่ห้อนั้น เน้นย้ำว่าต้องเว็บอย่างเป็นทางการอย่าเข้าไปดาวน์โหลดมั่วๆ เด็ดขาด

สำหรับวิธีการ Flash BIOS ให้กับโน้ตบุ๊คเป็นอะไรที่ง่ายมากๆ ไม่ซับซ้อนเพียงแค่ทำการโหลด BIOS รุ่นล่าสุดมาจากหน้าเว็บไซต์ โดยแค่โหลดเฉพาะตัวล่าสุดก็พอไม่จำเป็นต้องโหลดไล่ทีละเวอร์ชั่น จากนั้นก็ทำการแตกไฟล์กด Next ครั้งเดียวทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ที่สำคัญต้องทำการเสียบสายชาร์ตเสมอระหว่างทำการ Flash BIOS ขณะที่บางยี่ห้ออาจจำเป็นต้องมีการดาวน์โหลด BIOS-Utilities เพื่อไว้ช่วยลงด้วย ข้อแนะนำคือเมื่อทำการลงวินโดว์ใหม่ๆ แล้วถ้ามี BIOS เวอร์ชั่นใหม่ก็ควรรีบลงทันทีอย่าใช้เครื่องไปเรื่อยๆ แล้วคอยมาทำการลง Flash BIOS ทีหลัง เนื่องจากว่าตัวโน้ตบุ๊คเองอาจสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะได้ลงวินโดว์ใหม่อีกรอบก็ได้ ซึ่งข้อเสียก็แน่นอนว่าข้อมูลที่มีเอาไว้ก่อนหน้านี้มันจะหายไปนั่นเองหากไม่ได้มีการ Copy ใส่ที่อื่นเอาไว้

ความเข้าใจผิดๆ ของผู้ใช้โน้ตบุ๊ค

แม้โน้ตบุ๊คจะเป็นอุปกรณ์ที่คนจำนวนมากนิยมใช้งานกันในปัจจุบันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่พวกเขารู้หรือใช้งานทั้งหมดนั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หลายคนทำความเข้าใจบางเรื่องเกี่ยวกับโน้ตบุ๊คผิดเพี้ยนไปโดยอาจได้ยินมาจากคนรู้จักหรือเห็นคนอื่นเขาทำกันก็เลยคิดว่าสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่ถูกต้องทำให้ยังเกิดเป็นความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน้ตบุ๊คจำนวนมาก ลองมาดูว่าความเข้าใจผิดแบบไหนสำหรับการใช้งานโน้ตบุ๊คที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วนที่สุด

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับใช้งานโน้ตบุ๊คของผู้ใช้

  1. สามารถเปลี่ยนการ์ดจอได้? – สรุปง่ายๆ คือโน้ตบุ๊คแทบจะทั้งหมดประมาณ 95% ในท้องตลาดทั่วไปไม่สามารถเปลี่ยนการ์ดจอได้แม้บอกว่าเป็นชิปการ์ดจอแยก AMD NVIDIA ก็ตามแต่จากการผลิตทำให้ต้องติดตั้งแบบถาวรบนเมนบอร์ดด้วยการบัดกรี จึงถอดออกมาไม่ได้ด้วยตัวเอง ส่วนมากถ้าการ์ดจอเสียก็ต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ทั้งหมดไม่สามารถเปลี่ยนได้แค่การ์ดจอ
  2. เมื่อต่ออแดปเตอร์แล้วถอดแบตเตอรี่ออกยืดอายุการใช้งาน? – จริงๆ แล้วความเชื่อนี้มีมานานมากและเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ถูกต้องไปทั้งหมดกับการที่เมื่อเราเสียบปลั๊กไฟและใช้งานจากอแดปเตอร์แล้วให้ถอดแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คออกแต่ถ้าเป็นสมัยนี้แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัสดุรูปแบบใหม่ไม่จำเป็นต้องถอดแบตเตอรี่ออกก็ได้แถมยังเป็นการช่วยเติมแบตเตอรี่ไปในตัวด้วย กรณีไฟดับก็ยังสามารถใช้งานได้ต่อ
  3. อย่าใช้งานโน้ตบุ๊คนานเกินไป? – หลายคนเข้าใจว่าจากขนาดของโน้ตบุ๊คที่เล็กกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทำให้ใช้งานต่อเนื่องนานๆ ไม่ได้ หากใช้จะยิ่งพังเร็วซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ถ้าหากเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นก่อนอาจจะใช้เพราะระบายความร้อนได้ไม่ดีมากแต่เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาไปไกลกว่าเดิมเยอะเราสามารถใช้งานโน้ตบุ๊คได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียหรือพังเพราะถูกออกแบบให้ใช้งานได้นานมากขึ้นกว่าเดิม
  4. AMD มีความร้อน? – จริงๆ ถือเป็นปัญหาที่ทุกคนบนโลกต้องรู้สึก คนที่ใช้งานพีซีเองก็มักจะบอกว่า AMD ร้อน มันก็ใช่เพียงแต่ว่าเป็นเรื่องหลายปีมากแล้ว ปัจจุบัน AMD มีการพัฒนามากขึ้นทั้งการลดความแรงลงเพื่อลดความร้อน หรือรุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาก็ติดตั้งในโน้ตบุ๊คได้ด้วยการใช้ระบบระบายความร้อนพร้อมการ์ดจอแยก
  5. ยี่ห้อนั้นดียี่ห้อนี้พังง่าย? – พูดง่ายๆ ตรงนี้เป็นความนิยมส่วนตัวมากกว่าขึ้นอยู่กับใครต้องการเลือกใช้งานยี่ห้อไหน เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้ออะไรก็ควรศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนดีกว่าไปตัดสินใจจากคำบอกเล่าของคนอื่น

ข่าว Apple ถอดแอพฯ VPN ออกจาก App Store

ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าทางด้านของ Apple ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มต้นทยอยทำการถอดแอพฯ ที่มีชื่อว่า VPN ออกจาก App Store แล้ว ล่าสุดจากรายงานข่าวมีการระบุว่าตอนนี้มีการถอดแอพฯ VPN ที่ถูกกำจัดออกไปแล้วอย่างน้อย 3 แอพฯ จากระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมากๆ กับกาถอดแอพฯ ดังกล่าวออกจาก App Store

รายละเอียดการถอดแอพฯ VPN ออกจาก App Store ของ Apple

สำหรับผู้สร้างแอพฯ ในเครือ VPN ต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตัดสินใจเอา VPN ออกจาก App Store ซึ่งในเวลานี้มีทั้งหมดอย่างน้อย 3 แอพฯ ที่ถูกลบออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วประกอบไปด้วย ExpressVPN, VyprVPN, StarVPN ซึ่งบริษัทต่างๆ เหล่านี้ได้รับการแจ้งเตือนจากทาง Apple เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม มีการกล่าวอ้างว่าการลบ VPN เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายเนื่องจากว่าแอพฯ ดังกล่าวนั้นไม่มีใบอนุญาตในประเทศจีน อย่างไรก็ดีแอพฯ ดังกล่าวเหล่านี้ยังคงมีอยู่ใน App Store ของประเทศอื่นๆ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของจีนได้มีการประกาศว่าผู้พัฒนาแอพฯ VPN ทุกรายต้องมีใบอนุญาตโดยตรงจากทางรัฐบาลทำให้ Apple ได้ใช้เหตุผลดังกล่าวทำการกำจัด VPN ที่ไม่มีใบอนุญาตออก เหตุผลเบื้องหลังของการที่ Apple ตัดสินใจดังกล่าวก็มาจากจีนถือเป็นฐานการผลิตฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ที่สุดของ Apple ที่สำคัญจีนถือเป็นตลาดหลักด้วย ส่งผลให้ทางด้านของ Apple เองจำเป็นต้องมีการระมัดระวังอย่างมากไม่ให้เกิดความขัดข้องใจกันระหว่างบริษัทกับประเทศจีน เนื่องจากว่ามีสมาร์ทโฟนราคาถูกหลายๆ ยี่ห้อเองเริ่มทำการตีตลาดในจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ทางด้านของ Apple เองก็จำเป็นต้องหากำไรจากแอพฯ และบริการส่วนอื่นๆ

ทางด้านของบริษัท โกลเดน ฟรอก ผู้ผลิตและผู้พัฒนา VyprVPN ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การตัดสินใจในครั้งนี้ถือว่ามีผลต่อภาพลักษณ์ของ Apple มากพอสมควร ถ้าหาก Apple มองว่าการเข้าถึงข่าวสารจัดเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง Apple เองก็ควรจะมองว่าการเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตก็ถือเป็นสิทธิมนุษยชนด้วยเช่นเดียวกัน แม้แต่ทางด้านขององค์การสหประชาชาติเองยังให้การเคารพในสิทธิดังกล่าวเลย ทำให้ Apple เองก็ไม่ควรเลือกเรื่องของผลกำไรมาก่อนเรื่องของสิทธิมนุษยชน ทางด้านของ ExpressVPN ยังได้มีการพูดเสริมถึงเรื่องนี้ด้วยว่า เป็นเรื่องน่าตกใจของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ที่ตัดสินใจเลือกเข้าข้างรัฐกับการปิดหูปิดตาประชาชน

[Printer Tips] ถนอมเครื่องปริ้นเตอร์ให้อายุยืนยาว

ปกติแล้วเครื่องปริ้นเตอร์ที่เราใช้งานกันอยู่จะมี 2 ลักษณะคือ Inkjet Printer กับ Laser Printer ซึ่งการดูแลรักษาของปริ้นเตอร์ทั้งสองประเภทก็มีความแตกต่างกันออกไปโดยหากต้องการรักษาเครื่องปริ้นเตอร์ให้อายุยืนยาวมากขึ้นก็มีวิธีการดูแลทั้งสองประเภทมาให้ได้ทำกัน

การถนอมเครื่องปริ้นเตอร์แบบ Inkjet Printer

1. ควรเปิดใช้งานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งป้องกันปัญหาหมึกแห้งแล้วเป็นคราบติดในท่อหมึกแถมช่วยป้องกันการอุดตันของหมึกด้วย
2. เป่าผงฝุ่นออกบ่อยๆ จะทำให้เครื่องสามารถใส่กระดาษได้อย่างไม่มีปัญหา
3. ใช้ปุ่ม เปิด/ปิด และหลังจากการใช้งานเครื่องปริ้นเตอร์เสร็จทุกครั้งก็ควรถอดปลั๊กออกเครื่องจะทำความสะอาดหัวพิมพ์พร้อมกับเก็บตลับหมึกเข้าที่แบบอัตโนมัติก่อนตัดไฟ
4. ควรเลือกใช้หมึกที่มีคุณภาพดีเพราะหมึกคุณภาพแย่จะทำให้หมึกอุดตันเร็วและอาจส่งผลเสียต่อหัวพิมพ์ได้
5. พยายามอัพเดทไดร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์บ่อยๆ เนืองจากซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ๆ ก็จะมีการปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น บางครั้งก็มี Features ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานอีกด้วย
6. เปลี่ยนหมึกทุกครั้งเมื่อมีการแจ้งเตือนหากฝืนทำต่อจะทำให้หัวพิมพ์ร้อนกว่าเดิมและพัง
7. ทำความสอดลูกกลิ้งหมุนกระดาษด้วยการฉีดน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมแอมโมเนียลงบนกระดาษหนาๆ ที่พอซับน้ำได้แล้วป้อนในเครื่องจากนั้นฟีดให้กระดาษออกมา ทำประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วค่อยใส่กระดาษธรรมดาเข้าไปและฟีดอีกทีเพื่อให้ไปซับจนแห้งเป็นการล้างหมึกและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกได้อย่างเกลี้ยงเกลา

การถนอมเครื่องปริ้นเตอร์แบบ Laser Printer

1. เลือกกระดาษให้เหมาะ ถ้าหนาไปทำให้กระดาษติดทำให้ปริ้นเตอร์เสียง่ายกว่าปกติ
2. ใส่กระดาษให้พอดีไม่มากหรือน้อยจนเกินไปเนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหากระดาษติด
3. การพิมพ์ลงแผ่นใสให้เลือกแผ่นใสสำหรับการถ่ายเอกสารเท่านั้น อย่าใช้แผ่นใสธรรมดาที่ไม่ทนความร้อนเพราะจะเกิดการละลายแล้วติดเครื่องจะทำให้เกิดความเสียหายได้
4. ให้คลุมผ้ากันฝุ่นทุกๆ ครั้งหลังจากเลิกใช้งานโดยควรมีผ้าคลุมเฉพาะตัวของเครื่องนั้นๆ เวลาใช้เสร็จก็ให้คลุมปิดให้เรียบร้อย
5. เลือกใช้ตัวหมึกพิมพ์ให้ถูกกับประเภทของเครื่องรวมถึงต้องใช้หมึกพิมพ์ที่มีคุณภาพดีด้วย และหากใครที่เติมหมึกเองไม่เป็นก็ควรเรียกช่างเติมหมึกมาช่วยเติมให้จะเป็นการดีที่สุดเพราะถ้าหากทำผิดวิธีจะทำให้เครื่องเสียเร็วและอาจถึงขั้นต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่อีกต่างหากดูแล้วยังไงก็ไม่คุ้มค่ากันอย่างแน่นอนกับการตัดสินใจแบบนี้